Table of Contents
เชื้อราบนผนังห้อง
“อยู่ดีๆ ก็มา โดยไม่บอก อยู่ดีๆ เปลี่ยนไป ไม่รู้ทำไม อยู่ดีๆ ก็รา ฉันพลาดตรงไหน ถึงได้ขึ้นกันจัง ไม่บอกกันสักคำ”
พี่ล่าแต่งเพลงให้ซะเลย เมื่อไปบ้านลูกค้าหลังไหน ก็เจอน้องรา สังเกตเลย ช่วงฤดูฝน ปลายฝน สิ่งที่จะมาเยี่ยมบ้านเรา คือ รา เยี่ยม ทั้งในบ้าน และนอกบ้าน ทุกซอก
- ผนัง
- ฝ้า
- พื้น
- พรม
- วอลเปเปอร์
- เฟอร์นิเจอร์ไม้
แต่ไม่ต้องกังวล เชื้อราบนผนังห้อง เรื่องนี้ป้องกันได้ และควรป้องกันไว้ก่อน เพราะถ้ามันมาแล้ว จะกำจัดได้ไม่หมด แล้วจะหาว่าไม่เตือน
เชื้อรา
เกิดจากการความชื้น บริเวณที่อับชื้น เช่น
- ผนังห้องน้ำ
- ฝ้า
- ขอบหน้าต่าง
- บริเวณรอยรั่วของหลังคา
- ท่อระบายน้ำ
- แอร์
จุดพวกนี้ เราจะสังเกตเห็นง่ายๆ แล้ววิธีที่ป้องกันที่เร็วสุด ก็คือ
1. ซ่อมจุดรั่ว รักษาอุปกรณ์. วัสดุ ให้แห้งทันที


2. ควบคุมความชื้นในบ้าน เช่น อย่าตากผ้าไว้ใน บ้าน. บางคนชอบจริง ๆ นะ มันเย็นไง มันหอมไง แต่ตัวดีเลย


3. ถ้ามีพรม เสื่อ ควรเอาออกมาตากแดดบ้าง แต่ถ้าไม่ทันเจอเชื้อราแล้ว ต้องทิ้งเลย อย่าเสียดาย เพราะเราไม่สามารถทำความสะอาดที่อยู่ในรู ถ้าเอามาใช้ เชื้อมันก็จะขยาย อาจจะไปโดนที่พื้นอีก


แต่ แต่ บ้านใครเคยเป็นบ้าง ไม่ใช่จุดที่มีน้ำ ไม่มีจุดรั่ว ไม่มีการฝังของท่อใดๆ แต่มันขึ้นรา ได้


เพราะว่า ผนังด้านนึงมีความเย็น และผนังอีกด้านนึงจะร้อน เมื่อความร้อนและความเย็น. ปะทะกัน มันจึงเกิดหยดน้ำ เมื่อเป็นแบบนี้นานๆ สะสมเข้าเรื่อยๆ จึงเกิดเชื้อราได้
วิธีป้องกันที่ง่ายกว่าอันแรก คือ


1. พยายามถ่ายเทอากาศในบ้าน เปิดหน้าต่าง เปิดประตูบ้าง บางห้องที่เก็บของ ที่ไม่เคย ก็เปิดซะ ห้องน้ำ ถ้าไม่อยากให้เปิดประตู ก็ควรมีพัดลมระบายอากาศ ให้อุณหภูมิของทุกห้อง ไม่ต่างกันมากจนเกินไป แค่นี้ ราก็ไม่มาแล้ว


แต่ แต่ ถ้ามันไม่ทันแล้ว สิ่งที่ต้องระวังเลย คือ อย่าขูด อย่าขัด หรือลอกเด็ดขาด และต้องรีบกำจัดทันที เพราะเชื้อรา พวกนี้ เป็นสปอร์ ( SPORE ) ที่มันสามารถกระจายไป ลอยเติบโตไปมากกว่าเดิมได้ สิ่งที่ควรทำ คือ คลอรีน หรือ น้ำยาไฮเตอร์ หรือน้ำยาซักผ้าขาว. มาผสมน้ำหน่อยได้ ( ระวังด้วย ใส่ถุงมือยางก็ดี เพราะน้ำยามีฤทธิ์กัดกร่อนสูง ) ใช้แปรงทาส่วนที่มีเชื้อ ฆ่าเชื้อ แล้วปล่อยให้แห้ง หลังจากนั้น ใช้ผ้าชุบน้ำร้อน. เช็ดคราบดำๆออก เช็ดอีกครั้งด้วยผ้าแห้ง แต่ แต่ ทั้งหมด ต้องทำในวงจำกัดเฉพาะส่วนที่มีคราบเท่านั้น แน่นอน มันอาจจะยังไม่หมดในตอนแรก อาจจะต้องทำซ้ำ เพื่อไม่ให้ผนังมันไม่ร้ายแรง และดีขึ้นตามลำดับ
สิ่งที่ต้องระวังอีกเรื่องคือ

ผนังถ้ายังแก้เชื้อราไม่หาย อย่าเพิ่งทาสี เพราะคุณจะเสียค่าทาสีไม่รู้จบนะจ๊ะ
และแม้จะแก้ตามวิธีข้างต้นแล้ว ก็ต้องหมั่นคอยดูแลอยู่เสมอ แต่มีอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยปกปิดผนังราแทนการทาสีให้ดูแลง่ายขึ้น นั่นคือ หาวัสดุที่ทนต่อการขึ้นรา นั่นคือ ผนังตกแต่งสําเร็จรูป เช่น แผ่นอิฐเทียม ตกแต่งผนังฉนวนกันความร้อน PU FOAM นั่นเอง ซึ่งเชื้อราจะไม่โผล่มาให้เห็นอีกต่อไป แถมยังช่วยเรื่องกันความร้อน และกันเสียงอีกด้วย ที่สำคัญ น้ำหนักเบา ไม่ต้องกังวลว่าจะเป็นการเพิ่มน้ำหนักโครงสร้าง


เชื้อรา มีผลต่อสุขภาพ เช่น ปวดหัว หายใจลำบาก คัดจมูก ผื่นคัน ง่าย ๆ เกิดภูมิแพ้นั่นเอง หนักเข้าจะเป็น โรคหอบหืด ได้ เราบอกคุณแล้วนะชาวล่าลั่นลาทั้งหลาย :)

